ของแจกลูกค้าที่คนเก็บไว้จริงมีจุดร่วมอยู่สามข้อ คือใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ดูดีพอที่จะไม่อายเวลาใช้ และมีอะไรสักอย่างที่ทำให้นึกออกว่ามาจากแบรนด์ไหน ส่วนของที่ขาดข้อใดข้อหนึ่งไป มักจบชีวิตในถุงผ้าใบที่สามหลังเลิกงาน หรือในลิ้นชักที่ไม่มีใครเปิด
ข่าวดีคือการเลือกของให้รอดไม่จำเป็นต้องใช้งบสูงเสมอไป แต่ต้องเลือกให้ตรงโอกาส และตรงกับคนรับ บทความนี้รวมไอเดียของแจกลูกค้าแยกตามโอกาสที่องค์กรใช้บ่อย พร้อมวิธีแบ่งงบให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ของที่เหมาะกับเขา
| โอกาส | ของที่เหมาะ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ออกบูธ งานอีเวนต์ | พวงกุญแจ คลิกเกอร์ ของชิ้นเล็ก | แจกจำนวนมาก พกง่าย ห้อยกระเป๋าแล้วเดินโฆษณาต่อ |
| ปีใหม่ | แก้วเก็บความเย็น ของใช้บนโต๊ะทำงาน | ใช้ทุกวันตลอดปี เห็นแบรนด์ทุกเช้า |
| ปิดดีล ขอบคุณลูกค้า | ฟิกเกอร์มาสคอต ของตั้งโต๊ะ | ดูตั้งใจ คนรับวางโชว์ |
| ครบรอบบริษัท | ของรุ่นพิเศษมีปีกำกับ | เป็นที่ระลึก ไม่ซ้ำปีอื่น |
ของแจกลูกค้าแบบไหนที่คนเก็บไว้ ไม่โยนทิ้ง
ก่อนไปดูไอเดีย ลองใช้แบบทดสอบง่าย ๆ นี้กับของทุกชิ้นที่กำลังพิจารณา ถ้าตอบว่าใช่ได้อย่างน้อยสองข้อ ของชิ้นนั้นมีโอกาสรอด
- ใช้ได้บ่อยไหม ของที่หยิบใช้ทุกวันหรือทุกสัปดาห์ ได้ทำงานให้แบรนด์มากกว่าของที่ใช้ปีละครั้ง
- อยากหยิบให้คนอื่นเห็นไหม ของน่ารัก แปลก หรือดูดี คนรับจะเอาออกมาใช้ต่อหน้าคนอื่น แบรนด์ก็ได้ออกสื่อฟรี
- มีของแบบนี้ที่บ้านเยอะแล้วหรือยัง ปากกาธรรมดากับถุงผ้าเรียบ ๆ ทุกคนมีเป็นกอง ชิ้นที่ห้ามักไม่เคยถูกใช้
- รู้ไหมว่ามาจากใคร ถ้าคนรับมองแล้วนึกไม่ออกว่าแบรนด์ไหนให้ ต่อให้เขาใช้ทุกวัน แบรนด์ก็ไม่ได้อะไร
ข้อสุดท้ายนี่แหละที่ทำให้ของที่ออกแบบจากคาแรกเตอร์หรือมาสคอตของแบรนด์ได้เปรียบ เพราะต่อให้ไม่มีโลโก้ตัวใหญ่ คนก็จำหน้าตาของมันได้
ไอเดียของแจกลูกค้า แยกตามโอกาส
ออกบูธและงานอีเวนต์
โจทย์ของงานนี้คือแจกได้เยอะ ไม่หนักกระเป๋า และทำให้คนแวะที่บูธ พวงกุญแจยางรูปมาสคอตหรือคลิกเกอร์ที่กดได้ตอบโจทย์ดี เพราะคนชอบหยิบมาเล่นระหว่างเดินงาน และห้อยไว้กับกระเป๋าต่อหลังงานจบ ดูไอเดียได้ที่หน้า พวงกุญแจและคลิกเกอร์รูปคาแรกเตอร์
ปีใหม่
ช่วงปลายปีลูกค้าได้ของจากหลายบริษัทพร้อมกัน ของที่ชนะคือของที่ได้ใช้ต่อทั้งปี เช่น แก้วเก็บความเย็นที่ติดโต๊ะทำงาน หรือของตั้งโต๊ะที่มีปีกำกับ ข้อสำคัญคือเริ่มคุยให้เร็ว เพราะช่วงนี้ทุกองค์กรสั่งของพร้อมกัน
ปิดดีลและขอบคุณลูกค้า
จำนวนไม่มาก แต่ต้องดูตั้งใจ ฟิกเกอร์มาสคอตหรือ Art Toy ของแบรนด์เหมาะกับโอกาสนี้ เพราะคนรับมักวางไว้บนโต๊ะ ทุกครั้งที่ประชุมกับทีมของเขา มาสคอตของคุณก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย ดูตัวอย่างงาน Art Toy และฟิกเกอร์มาสคอต ได้
ครบรอบบริษัท
ของรุ่นพิเศษที่ทำครั้งเดียว ใส่ตัวเลขปีหรือธีมของงาน จะกลายเป็นของที่ระลึกที่คนอยากเก็บ ลูกค้าบางรายเก็บครบทุกปีจนกลายเป็นคอลเลกชันก็มี
งานสัมมนาและอบรม
ของที่ใช้ได้ในห้องประชุมทันที เช่น ปากกาหรือของชิ้นเล็กบนโต๊ะ ช่วยให้คนเห็นแบรนด์ตลอดทั้งวัน และหยิบกลับไปใช้ต่อที่ออฟฟิศ
ตัวอย่างของแจกลูกค้าจริงที่ Moldy เคยทำ
งานออกบูธ: พวงกุญแจยางรูปมาสคอตดอกบัวสีชมพู มีกระดิ่งเล็ก ๆ ห้อยกับสายคล้องหลายสีที่พิมพ์ชื่อแบรนด์ไว้ ชิ้นเล็ก พกง่าย และสายหลายสีช่วยให้คนรับได้เลือกสีที่ชอบ แล้วห้อยกระเป๋าต่อหลังจบงาน

ขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ: ฟิกเกอร์ตั้งโต๊ะรูปคนสองคนกับสุนัข บนฐานสีดำที่ใส่ชื่อกำกับ ของที่ทำขึ้นมาเพื่อคนรับโดยเฉพาะแบบนี้ มักได้วางโชว์บนโต๊ะหรือชั้นวาง ไม่ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก

ของที่ระลึกรุ่นพิเศษสำหรับงานโรงเรียน: ฟิกเกอร์เด็กใส่เสื้อลายทางแดงขาวถือลูกบอล บนฐานกลมสีขาว ทำแบบเดียวกันหลายชิ้นไว้แจกในงาน เป็นของที่ผูกกับความทรงจำของงานนั้น คนรับจึงอยากเก็บไว้

แบ่งงบของแจกลูกค้ายังไง ให้ทุกกลุ่มได้ของที่เหมาะ
ความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือใช้ของชิ้นเดียวแจกทุกคน ผลคือลูกค้ารายใหญ่ได้ของที่ดูธรรมดาเกินไป ส่วนผู้ร่วมงานทั่วไปได้ของที่แพงเกินจำเป็น ลองแบ่งเป็นสามกลุ่มแบบนี้แทน
| กลุ่มลูกค้า | จำนวน | แนวของที่เหมาะ |
|---|---|---|
| ลูกค้าคนสำคัญ | น้อย | ของตั้งโต๊ะ ฟิกเกอร์ ของที่ดูตั้งใจทำ |
| ลูกค้าประจำ | กลาง | ของใช้ทุกวันคุณภาพดี เช่น แก้วเก็บความเย็น |
| ผู้ร่วมงานทั่วไป | มาก | ของชิ้นเล็ก พวงกุญแจ คลิกเกอร์ |
ข้อดีของการแบ่งแบบนี้คือใช้ดีไซน์ชุดเดียวกันได้ทั้งหมด เช่น มาสคอตตัวเดียว ทำเป็นฟิกเกอร์สำหรับกลุ่มแรก และทำเป็นพวงกุญแจสำหรับกลุ่มสุดท้าย ค่าออกแบบจ่ายครั้งเดียว แต่ได้ของครบทุกระดับ และทุกชิ้นพูดเรื่องเดียวกัน
อีกเรื่องที่ควรคิดคือต้นทุนต่อวันที่ลูกค้าเห็นแบรนด์ ของราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่ถูกใช้ทั้งปี อาจคุ้มกว่าของถูกที่ถูกใช้แค่สัปดาห์เดียว ลองหารราคาด้วยจำนวนวันที่คาดว่าคนรับจะใช้ แล้วเทียบกันดู
พวงกุญแจยาง PVC ขั้นต่ำ 500 ชิ้น/แบบ, Clicker ขั้นต่ำ 100 ชิ้น/แบบ, แก้วเก็บความเย็นขั้นต่ำ 6 ชิ้น/แบบ และฟิกเกอร์/Art Toy เริ่มต้น 1 ชิ้น/แบบ ระยะเวลาผลิตขึ้นอยู่กับจำนวน รายละเอียดแบบ วัสดุ ความซับซ้อน และช่วงเวลาที่ยืนยันงาน โดยทีมงานจะประเมิน Timeline ที่เหมาะสมให้หลังสรุปรายละเอียดของแต่ละโปรเจกต์
เช็กลิสต์ก่อนสั่งของแจกลูกค้า
ก่อนทักขอใบเสนอราคา เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ จะได้ราคาและแบบที่ตรงโจทย์ตั้งแต่รอบแรก ไม่ต้องคุยวนหลายรอบ
- วันแจกจริง และวันที่อยากได้ของมาถึงออฟฟิศ เผื่อเวลาแพ็กและแจกจ่ายภายในด้วย
- จำนวนแยกตามกลุ่ม เช่น ลูกค้าคนสำคัญกี่คน ลูกค้าประจำกี่คน ผู้ร่วมงานกี่คน
- ไฟล์โลโก้หรือมาสคอต แบบไฟล์ต้นฉบับ พร้อมรหัสสีของแบรนด์ถ้ามี
- งบต่อชิ้นคร่าว ๆ ไม่ต้องเป๊ะ แค่ให้ทีมรู้ว่าควรเสนอของระดับไหน
- เอกสารที่ฝ่ายจัดซื้อต้องใช้ เช่น ใบเสนอราคาในนามบริษัท หรือใบกำกับภาษี จะได้เตรียมให้ครบในรอบเดียว
- ใครเป็นคนอนุมัติแบบ ถ้าต้องผ่านหลายคน นัดดูแบบพร้อมกันจะช่วยไม่ให้งานสะดุด
คำถามที่พบบ่อยเรื่องของแจกลูกค้า
ของแจกลูกค้าควรใส่โลโก้ใหญ่แค่ไหน
พอให้รู้ว่ามาจากใคร แต่ไม่ใหญ่จนคนรับไม่กล้าใช้นอกบ้าน ถ้าแบรนด์มีมาสคอต การใช้มาสคอตแทนโลโก้ตัวใหญ่ช่วยให้ของดูน่าใช้ขึ้นมาก
ทำของหลายแบบในงานเดียวได้ไหม
ได้ และหลายองค์กรทำแบบนั้นเพื่อแบ่งของตามกลุ่มลูกค้า ใช้ดีไซน์ชุดเดียวกันจะช่วยประหยัดค่าออกแบบ
ควรเริ่มเตรียมของแจกล่วงหน้านานแค่ไหน
ของสำเร็จรูปสกรีนโลโก้ใช้เวลาน้อยกว่าของที่ออกแบบใหม่ ถ้าเป็นช่วงเทศกาลที่ทุกบริษัทสั่งพร้อมกัน ควรเผื่อเวลามากกว่าปกติ
ของแจกลูกค้าแบบไหนที่ไม่ควรเลือก
ของที่ทุกคนมีอยู่แล้วเป็นกอง ของที่ต้องใช้คู่กับอุปกรณ์เฉพาะ และของที่ดูถูกจนคนรับรู้สึกว่าไม่ได้ตั้งใจให้
ของแจกลูกค้าที่ดีคือของที่ยังทำงานให้แบรนด์อยู่ หลังงานจบไปนานแล้ว ถ้าอยากได้ของที่ไม่มีใครมีเหมือน ดูของพรีเมี่ยมออกแบบเฉพาะแบรนด์ ของ Moldy แล้วทัก LINE บอกโอกาส จำนวน และวันแจก ทีมจะช่วยเลือกของและเสนอราคาให้


